วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย
วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย
เป็นทีมวอลเลย์บอลหญิงของประเทศไทย
เป็นทีมที่มีการพัฒนาการเล่นอย่างต่อเนื่อง
เริ่มจากการเข้าร่วมการแข่งขันวอลเลย์บอลชิงแชมป์โลกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
ในปี
ค.ศ. 1998 หลังจากนั้นในปี ค.ศ. 2002 จึงได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันวอลเลย์บอล
เวิลด์กรังด์ปรีซ์ในส่วนโควต้าทวีปเอเชียเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน
ยกเว้นปี ค.ศ. 2007 (ถอนทีมไปแข่งกีฬามหาวิทยาลัยโลกที่ไทยเป็นเจ้าภาพ)
โดยสร้างผลงานได้ดีที่สุดในปี ค.ศ. 2012 ที่สามารถคว้าอันดับ 4
ของการแข่งขันมาครองได้สำเร็จ
ทีมวอลเลย์บอลหญิงของไทยได้พัฒนาการเล่นมาโดยตลอด
จนก้าวขึ้นเป็นทีมระดับแนวหน้าของทวีปเอเชีย
โดยคว้าอันดับ 3 การแข่งขันวอลเลย์บอลชิงแชมป์เอเชียได้ 2 ครั้ง
ในปี ค.ศ. 2001
และ ค.ศ. 2007 ก่อนสร้างประวัติศาสตร์เมื่อสามารถเอาชนะทีมชาติจีน 3-1 เซต
เป็นแชมป์ทวีปเอเชียเป็นครั้งแรกในการแข่งขันวอลเลย์บอลชิงแชมป์เอเชียในปี ค.ศ.
2009
ที่สนามกวนเงือ ประเทศเวียดนาม
ทำให้ได้เป็นตัวแทนทวีปเอเชียไปแข่งขันวอลเลย์บอลเวิลด์แกรนด์แชมป์เปี้ยนคัพในปี
ค.ศ. 2009 จากนั้นในปี ค.ศ. 2012
สามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ได้อีกครั้ง
เมื่อสามารถคว้าแชมป์วอลเลย์บอลชิงแชมป์เอเชียนคัพมาครองเป็นครั้งแรกได้สำเร็จ
หลังจากเอาชนะทีมชาติจีนได้อีกครั้ง 3-1 เซต ที่ประเทศคาซัคสถาน
ต่อมาในปี ค.ศ.
2013 สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ ในการแข่งขันวอลเลย์บอลชิงแชมป์เอเชีย
ที่ประเทศไทย เมื่อสามารถคว้าแชมป์ในการแข่งขันรายการนี้ได้อีกครั้ง
หลังเอาชนะทีมชาติญี่ปุ่น
3-0 เซตในรอบชิงชนะเลิศ
นับเป็นการคว้าแชมป์เอเชียครั้งที่ 2
โดยเป็นการคว้าแชมป์ในประเทศไทยได้เป็นครั้งแรกอีกด้วย
จากการคว้าแชมป์ทำให้ได้สิทธิ์ไปแข่งขันวอลเลย์บอลเวิลด์แกรนด์แชมป์เปี้ยนคัพ
ที่ประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง
ในฐานะแชมป์ของทวีปเอเชีย โดยสร้างผลงานคว้าอันดับ 5 มาครอง
ปัจจุบันทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยเป็นทีมวอลเลย์บอลหญิงอันดับ
12 ของโลก และยังคงเดินหน้าสร้างความสำเร็จต่อไป
โดยมีชาวไทยทั่วประเทศสนใจให้การสนับสนุนและติดตามอย่างใกล้ชิด
จนถือได้ว่าเป็นทีมกีฬาที่ครองใจในระดับมหาชน
|
|
|
|
สมาคม
|
|
|
สมาพันธ์
|
|
|
หัวหน้าโค้ช
|
|
|
12 (ณ เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2557)
|
|
|
เข้าแข่งขัน
|
3 (ครั้งแรกใน 1998)
|
|
ผลการแข่งที่ดีที่สุด
|
13 (2010)
|
|
ผลการแข่งที่ดีที่สุด
|
10 (2007)
|
เข้าแข่งขัน
|
1 (ครั้งแรกใน 2007)
|
bye pipat.

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น